Follow us on...

  • del.icio.us: ghrefed
  • Facebook Page: 295287787909
  • Flickr: ghre
  • Twitter: grassrootshre
  • YouTube: ghrefed
  • External Link: ghre.blip.tv

Who's Online

We have 3 guests online

Foundation for Education and Development (Formerly Grassroots HRE) สนับสน ุนการพัฒนาทางด้านการศึกษา ,สิทธิมนุษยชน และ สภาพการ ทำงาน ที่ ปลอดภัย ของ ชาว พม่า ใน ประเทศไ ทย ในปัจจุ บัน โครงการของ Foundation for Education and Development (Formerly Grassroots HRE) เน้น ไปที่การ คุ้มครองสวัสดิภาพใ นการ ทำงานและการพัฒนาแรงงานชาวพม่าในพื้นที่ ภาคใต้ ของไทยที่ ได้รับผล กระท บจากเหตุการณ์สึนามิในการบรรลุเป้าหมายต่างๆ ข้างต้น Foundation for Education and Development (Formerly Grassroots HRE) ได้ประสานความร่วมมือกับองค์การต่าง ๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับ ระหว่าง ประเทศ

เรื่องที่ไม่จบ PDF Print E-mail
Monday, 02 April 2007 16:00

นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปัจจุบัน วันนี้ 5 เมษายน ข่าวที่เราได้ยินมาตลอดกับหน้าหนังสือพิมพ์คือการหลบหนีของชาวโรฮินญาร์ จากรัฐอารากัน ภาคตะวันตกของประเทศพม่า ทางมูลนิธิฯได้รวบรวมไว้เกือบ 20 ครั้งราว 1,200 คน อายุในช่วงแรกราว 15-53 ปี ตัวแปรที่ทำให้มีการหลบหนี มาแทบจะไม่แตกต่างกัน หนีภัยทางเศรษฐกิจ ภัยการใช้แรงงานทาส การถูกกดขี่ในรูปแบบต่างจากรัฐบาลทหาร

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมีการหลบหนีเข้ามาอีกครั้งจำนวน 161 คน อายุตั้งแต่ 15-42 ปี ตำรวจน้ำอ.คุระบุรี ได้เข้าจับเรื่องไม่ปรากฏสัญชาติ 2 ลำ ลำแรกบรรทุกลูกเรือ 93 คน และอีกลำบรรทุก 68 คน

 

เรากำลังเผชิญกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศพม่า เราไม่อาจทนอยู่กับสภาพนี้อีกต่อไป เราจำเป็นต้องหนี เรารวบรวมเงินคนละ 1,000 -15000 จ๊าค เพื่อซื้อเรือหางยาวลำเล็ก Mr.Ayoutby อายุ 24 ปี

เราเดินทางกันราว 14 วัน ไม่ได้กินอาหาร 4-5 วัน เราได้ยินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยว่าถ้าเราเข้ามาเราต้องถูกจับกุมและดำเนินคดี เราจำเป็นต้องหนีจากพม่ามา เพราะเราไม่สามารถที่จะทนอยู่ภายใต้การปกครองที่โหดร้ายได้อีกต่อไป เด็กหนุ่มที่มาพูดอย่างถอนใจ

โรฮินญาร์หลายหมื่นคนในประเทศพม่าที่พยายามหลบหนีไปประเทศใกล้เคียง เนื่องจากถูกกดขี่ขมแหงในการใช้แรงงานที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน แบ่งแยกศาสนา และการไม่ให้สัญชาติ และการละเมิดในวิธีการต่างๆ จากรัฐบาลทหาร

หลายครั้งที่เราเข้าให้ความช่วยเหลือ คำตอบที่ได้ พวกเค้าต้องการเดินทางไปมาเลเชีย และประเทศไทย ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเค้าต้องการชีวิต ถึงแม้ว่าพวกเค้ารู้ว่าการเข้ามาผิดกฎหมายและจะถูกจับกุม แต่พวกเค้าก็ตัดสินใจเดินทางเข้ามา เพื่อหาสิ่งที่ดีกว่า และบอกกล่าวต่อคนอื่นถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันMr.Htoo Chit ผู้อำนวยการมูลนิธิฯกล่าว

ผมคิดว่ารัฐบาลทหารพม่าต้องออกมารับผิดชอบ และมองหาแนวทางแก้ไขที่ดีกว่านี้ ทั้งนี้การหลบหนีของประชาชนพม่ายังคงมีอีกต่อไป ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ดูแล และต้องสร้างสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานให้เกิดขึ้นเสียก่อน Mr. Htoo Chit ผู้อำนวยการมูลนิธิฯกล่าว

จากรายงานของ Human right watch จากเดือนตุลาคม 2549 มีโรฮินญาร์ กว่า 2,000 คน จากประเทศบังคลาเทศ และประเทศพม่า เดินทางด้วยเรือหาปลา 40 ลำ เข้ามาที่ภาคใต้ของไทย

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2550 ที่ผ่านมาผู้แทนสหประชาชาติ ได้เขียนรายงานเกี่ยวกับชาวโรฮินญาร์ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า โดย Paulo Sergio Pinheiro