เวทีหารือเรื่องอาเซียนและการคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ
โดยมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา, มูลนิธิเสถียรโกเศศ-นาคะประทีป
และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM)
9 ตุลาคม 2552 ณ ศูนย์บริการชุมชน "ซัมซุง" บางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา
สถานการณ์ปัญหาจากแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ จ. พังงา
1. การจ้างงานและสภาพการทำงาน
จะเรียกเก็บค่าปรับอย่างหนัก เป็นเงิน 1,000-2,000 บาท
- นายจ้างบางรายยึดและทำลายบัตรของแรงงาน
- ประเภทงานที่ได้รับอนุญาตให้ทำมีน้อยมาก ไม่มีอิสระในการเลือกอาชีพ
2. คุณภาพชีวิต การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ
- ค่าจ้างที่ได้รับไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต เพราะค่าครองชีพสูง บางครั้งต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าแพงกว่าคนไทย
- ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิต่างๆ อย่างครบถ้วน เช่น การศึกษาของบุตรหรือบริการสาธารณสุข ในบางกรณี ถูกเลือกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่เช่น ต้องจ่ายค่ารักษา
พยาบาลแพงกว่าคนไทยหรือไม่ได้รับบริการเช่นเดียวกับคนไทย
- ขาด เสรีภาพในการเดินทาง เนื่องจากแรงงานบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานตามบ้านมักถูกนายจ้างกักขัง นอกจากนี้ แรงงานจำนวนมากไม่กล้าเดินทาง
เพราะเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับและถูกรีดไถเงิน
- ไม่สามารถประกอบกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและประเพณีของตน เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้รวมตัวกัน
- แรงงานที่ทำงานในพื้นที่ห่างไกล เช่น กลุ่มที่ทำงานในสวนยาง ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ
- แรงงานบางคนเปลี่ยนงานบ่อย เมื่อถูกละเมิดสิทธิ ก็ไม่กล้าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เพราะตนเองมีสถานะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย
- แรงงานบางรายมีสามี/ภรรยาเป็นคนไทย แต่ลูกที่เกิดขึ้นไม่ได้รับสัญชาติไทย
3. การพิสูจน์สัญชาติ
- ขาดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับการพิสูจน์สัญชาติ ทำให้ไม่เข้าใจและเกิดความกลัว
- ไม่สามารถเข้าถึงการพิสูจน์สัญชาติเพราะค่าใช้จ่ายสูง บางครั้งถูกเรียกเก็บเงินจากนายหน้าเป็นเงินมากกว่าหนึ่งหมื่นบาท
- นายจ้างไม่สนับสนุนให้แรงงานจดทะเบียนและทำบัตรแรงงาน ทำให้ต้องทำงานอย่างผิดกฎหมายและต้องถูกนายจ้างควบคุม
- แรงงานบางคนอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน ไม่มีที่อยู่ในประเทศพม่าแล้ว ทำให้เป็นปัญหาในการพิสูจน์สัญชาติ
- ไม่กล้าเข้าร่วมในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เพราะไม่มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวที่อยู่ในประเทศของตนเอง
ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจากแรงงานข้ามชาติ
1. เกี่ยวกับการจ้างงาน สภาพการทำงาน คุณภาพชีวิตและการเข้าถึงสิทธิ
- รัฐบาล ไทยควรมีจุดยืนและนโยบายที่ชัดเจนในการปกป้องและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้าม ชาติที่มาทำงานในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแรงงานจดทะเบียน
หรือไม่ เพราะแรงงานเหล่านี้ได้สร้างประโยชน์ให้กับระบบเศรษฐกิจไทย
- ควร จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารสำหรับแรงงานขึ้น เพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบาย มาตรการและกฎหมาย รวมถึงสิทธิที่แรงงานควร
ได้รับ
- จัด ตั้งองค์กรติดตามและตรวจสอบการบังคับใช้กฏหมายและแก้ไขกฏหมายที่มีอยู่ให้ สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติที่ประเทศไทยได้ให้
สัตยาบัณ
- หน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดหางานของรัฐ ควรขยายขอบเขตการให้บริการครอบคลุมถึงกลุ่มแรงงานข้ามชาติ
- เรียกร้องให้รัฐบาลไทยออกแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับลูกหลานของแรงงานรวมทั้งบุคคลไร้สัญชาติกลุ่มอื่นๆ ที่เกิดในประเทศไทย
- ตั้ง ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติ ทั้งในเรื่องการทำงานและการขายสินค้าและให้บริการในราคาที่ไม่เป็นธรรม
2. เกี่ยวกับการพิสูจน์สัญชาติ
- เสนอ ให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลประเทศผู้ส่งแรงงานเพิ่มบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการ พิสูจน์สัญชาติและทำพาสปอร์ตให้แรงงาน เช่น สนับสนุนค่าใช้
จ่ายและให้ข้อมูลครบถ้วนมากขึ้น
- ให้รัฐบาลไทยและประเทศผู้ส่งแรงงานชี้แจงและสร้างหลักประกันเกี่ยวกับความปลอดภัยของครอบครัวของแรงงานที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ
- สนับสนุนให้แรงงานเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติมากขึ้นโดยขยายเวลาของกระบวนการพิสูจน์สัญชาติออกไปอีก 1-2 ปีและลดค่าธรรมเนียมในการทำ
พาสปอร์ต หรือให้นายจ้างช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งเพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถเข้าร่วมได้มากขึ้น ที่สำคัฐ มีข้อเสนอให้อาเซียนให้ความสำคัญกับ
ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่าอย่างจริงจัง และผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยและเสรีภาพในพม่าอย่างแท้จริง
|